Published
อ่านฉบับเต็มได้จากหนังสือ:
บทบาทจีนต่ออาเซียนในทศวรรษหน้า: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม (2561)

อ่านฉบับเต็มได้จากหนังสือ:
บทบาทจีนต่ออาเซียนในทศวรรษหน้า: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม (2561)
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ยิ่งในศตวรรษที่ 21 ที่ได้จีนได้เดินหน้าอย่างเต็มตัวในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมมายังอาเซียน ผ่านการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) และการผลักดันนโยบาย One Belt One Road (OBOR) หรือ เส้นทางสายไหมใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทางบกและทางทะเลทั่วโลก จากเอเชีย สู่ยุโรป แอฟริกา และอาเซียน ซึ่งทำให้อิทธิพลของจีน
จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ด้านการค้าและการลงทุนอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่อาเซียนในฐานะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ยังคงมีความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ถนน ระบบขนส่ง ท่าเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การที่จีนเข้ามามีบทบาทในการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ผ่านการลงทุน การให้กู้ยืม ทั้งการก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียและกองทุนเส้นทางสายไหม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้ทำให้โครงการต่าง ๆ ในประเทศสมาชิกอาเซียนขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นที่มาของศึกษาของโครงการวิจัย บทบาทจีนต่ออาเซียนในทศวรรษหน้า: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ที่ช่วยให้ผู้อ่านมองเห็นฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตอันใกล้ ที่จีนกำลังเข้ามามีอิทธิพลไปไกลกว่ามิติทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยนี้ทำการทบทวนแต่ละโครงการที่เกิดขึ้นในอาเซียนที่เชื่อมโยงกับนโยบาย One Belt One Road โดยเฉพาะในส่วนของเส้นทางสายไหมทางบก ซึ่งลากพาดผ่านมณฑลสำคัญของจีนอย่างกวางสี ยูนนาน และกวางตุ้ง ที่ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการประสานความร่วมมือกับอาเซียน ในอีกทางหนึ่ง อาเซียนเองได้พัฒนาแนวเขตเศรษฐกิจสำคัญร่วมกับจีน เช่น ในเส้นทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งมุ่งเน้นที่การพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน รวมถึงไทยเองก็ได้พัฒนาความร่วมมือในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูง การพัฒนาท่าเรือ และการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเป็นดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่สอดคล้องกันของทั้งสองประเทศ เป้าหมายก็เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความเชื่อมโยงทางภูมิภาคให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน
ผ่านการวิเคราะห์กรณีศึกษาต่าง ๆ ดังกล่าว งานวิจัยนี้ได้เผยถึงการวางตำแหน่งของจีนในฐานะมหาอำนาจในภูมิภาค โดยใช้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นเครื่องมือสร้างเครือข่ายอิทธิพลระยะยาว จากการเชื่อมโยงการค้า การเงิน และการลงทุน กับจีน การพัฒนาโครงการเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบอำนาจใหม่ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจีนเป็นผู้เล่นหลัก
เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าบทบาทของจีนในทศวรรษต่อไปจะครอบคลุมถึงการสร้างอิทธิพลทางการเมืองและวัฒนธรรม ผ่านกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาค ทั้งนี้ การดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาอาเซียนของจีนในหลายด้านดังที่กล่าวมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนกลายเป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของภูมิภาค